﻿Adventure in the 9 Kingdoms
ตอนพิเศษ — เทศกาลรำลึกผู้กล้า
เช้าวันนั้น June ตื่นเพราะเสียงระฆังทั้งเมืองดังพร้อมกัน
กัง—
กัง—
กัง—
เธอลืมตาขึ้นอย่างตกใจ
“เกิดอะไรขึ้น?”
เสียงคนวิ่งผ่านหน้าบ้านดังต่อเนื่อง
ตามด้วยเสียงหัวเราะของเด็ก
เสียงดนตรี
และกลิ่นอาหารที่ลอยเข้ามาถึงห้องพัก
June ลุกขึ้น เปิดหน้าต่าง
แล้วหยุดนิ่ง
เมื่อคืนลูเมียยังเป็นเมืองอบอุ่นธรรมดา
แต่เช้านี้—
ทั้งเมืองเต็มไปด้วยธงผ้าสีทองและสีขาว
ริบบิ้นยาวถูกแขวนจากหลังคาหนึ่งไปยังอีกหลังคาหนึ่ง
หน้าประตูบ้านทุกหลังมีโคมแก้วเล็ก ๆ
บางบ้านวาดรูปวงกลมเก้าจุดไว้บนพื้น
เด็กหลายคนวิ่งถือดาบไม้และสวมผ้าคลุมเหมือนนักรบ
June มองอยู่พักหนึ่ง
“นี่มันอะไรกัน…”
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
“June!”
เสียงลิอาดังจากหน้าประตู
“ตื่นหรือยัง?”
June เปิดประตู
ลิอายืนอยู่ในชุดที่ต่างจากปกติ
เสื้อสีครีมมีลายปักทองตรงแขน
ผมถักเปียด้านหนึ่ง
ที่หน้าอกติดเข็มกลัดรูปวงกลมเก้าจุด
June มองตั้งแต่หัวจรดเท้า
“วันนี้ดูจริงจังมาก”
ลิอามองชุดนอนเธอ
“ส่วนเจ้าดูไม่จริงจังเลย”
June ก้มมองตัวเอง
“เพิ่งตื่นค่ะ”
“รีบแต่งตัว”
“ทำไม?”
ลิอายิ้ม
“วันนี้เป็นวันสำคัญที่สุดวันหนึ่งของลูเมีย”
“เทศกาลอะไร?”
ลิอายกเข็มกลัดขึ้น
“เทศกาลรำลึกผู้กล้า”
June หยุด
“ผู้กล้า?”
“แบบ…ผู้กล้าเหมือนฉัน?”
ลิอาพยักหน้า
“ผู้กล้ารุ่นก่อน”
June ปิดประตูทันที
“รอห้านาที”
⸻
ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงต่อมา
June ก็ถูกลากเข้าสู่ใจกลางเมือง
ถนนเต็มไปด้วยผู้คน
ร้านค้าตั้งโต๊ะอาหารออกมาหน้าบ้าน
มีขนมรูปดาบ
ขนมรูปปีศาจ
ตุ๊กตาผ้ารูปผู้กล้าถูกแขวนอยู่ตามร้าน
เด็กกลุ่มหนึ่งกำลังตีตุ๊กตามารด้วยไม้
June หยุดมอง
“นี่คือการสอนประวัติศาสตร์?”
ลิอาหัวเราะ
“สำหรับเด็กก็คงประมาณนั้น”
เด็กคนหนึ่งฟาดตุ๊กตามารจนหัวหลุด
“ข้าปราบมารแล้ว!”
เด็กอีกคนตะโกน
“ยัง! แก่นมันยังไม่แตก!”
June หันขวับ
“เด็กแปดขวบรู้เรื่องแก่นมารด้วย?”
ลิอาพยักหน้า
“เป็นเรื่องที่คนในโลกนี้โตมากับมัน”
“แปลว่ามารมีมานานมากแล้ว?”
“นานกว่าที่ใครจำได้”
June เดินต่อ
ตรงลานกลางมีรูปปั้นผู้กล้าหลายคน
ไม่ใช่หนึ่งคน
แต่เป็นคนหลายยุค
บางคนถือดาบ
บางคนถือหอก
บางคนไม่มีอาวุธเลย
คนหนึ่งถือหนังสือ
อีกคนถือค้อนช่าง
อีกคนเป็นหญิงชราที่ถือเพียงตะเกียง
June หยุด
“ทั้งหมดเป็นผู้กล้า?”
“ไม่ใช่”
ลิอาตอบ
“บางคนเป็นผู้ตื่นรู้ที่ร่วมต่อสู้กับผู้กล้า”
June มองรูปปั้นใหม่อีกครั้ง
“งั้นคนธรรมดาก็ถูกจดจำด้วย?”
“แน่นอน”
ลิอาพูด
“ผู้กล้ารุ่นก่อนเคยพูดว่า ถ้าโลกนี้รอดเพราะผู้กล้าเพียงไม่กี่คน โลกก็คงพังไปนานแล้ว”
June ยิ้ม
“ชอบประโยคนี้”
⸻
ทั้งสองเดินเข้าไปในลานใหญ่
มีเวทีไม้ตั้งอยู่
ด้านหลังแขวนภาพผ้าขนาดมหึมา
เป็นภาพมนุษย์คนหนึ่งมีเงาดำเกาะอยู่ด้านหลัง
อีกภาพแสดงเงาดำนั้นหลุดออกจากร่าง
และคนจำนวนมากมองเห็นมัน
June หยุดทันที
“เดี๋ยวนะ”
เธอชี้
“นี่คืออะไร?”
ลิอามองภาพ
“พิธีเล่าเรื่องมารสิง”
June หันมา
“เล่าให้ฟังได้ไหม?”
ลิอายิ้ม
“วันนี้ทั้งวันก็เกี่ยวกับเรื่องนี้แหละ”
ทั้งสองหาที่นั่งริมลาน
คนเริ่มรวมตัวกัน
ชายชราผู้หนึ่งขึ้นเวที
เขาสวมเสื้อคลุมสีขาว
ในมือมีไม้เท้า
“ทุกปี”
ชายชราพูด
“เรารำลึกถึงผู้กล้าที่เคยต่อสู้เพื่อโลกนี้”
“แต่เราก็รำลึกถึงสิ่งที่พวกเขาสอน”
เด็ก ๆ เงียบลง
“มารไม่ได้เข้ามาในใจเรา เพราะเรามีกิเลส”
ชายชราหยุด
“เพราะมนุษย์ทุกคนมีกิเลส”
June ตั้งใจฟัง
“มันเข้ามาเมื่อกิเลสนั้นเริ่มกลายเป็นสิ่งที่เรายึดไว้”
ภาพบนผ้าเปลี่ยน
เป็นคนคนหนึ่งกำลังโกรธ
เงาดำตัวเล็กอยู่ข้างหลัง
“ความโกรธไม่ใช่มาร”
อีกภาพเป็นคนกลัว
“ความกลัวไม่ใช่มาร”
อีกภาพเป็นคนร้องไห้
“ความเสียใจไม่ใช่มาร”
ชายชราพูดต่อ
“แต่เมื่อเรายึดมันจนมันเริ่มทำร้ายตัวเรา ทำร้ายคนอื่น และเราไม่ยอมเห็นสิ่งใดนอกจากมัน—”
เงาดำในภาพเริ่มโต
“มารจะมีที่ให้เกาะ”
June มองลิอา
“เหมือนที่เกิดกับแม่คุณ”
ลิอาพยักหน้าเบา ๆ
⸻
การแสดงเริ่มขึ้น
นักแสดงคนหนึ่งรับบทเป็นชาวบ้าน
เขามีตุ๊กตาเงาดำเล็ก ๆ เกาะอยู่บนหลัง
คนดูธรรมดาในเรื่องเดินผ่านเขาไปโดยไม่มีใครเห็น
June ชี้ทันที
“นี่หมายความว่า ตอนมันสิงอยู่ คนอื่นจะมองไม่เห็น?”
ลิอาพยักหน้า
“คนทั่วไปมองไม่เห็น”
“แล้วผู้กล้าล่ะ?”
“บางคนเห็น”
“บางคนสัมผัสได้”
“ขึ้นกับพรของผู้กล้าคนนั้น”
June พยักหน้า
“เหมือน Connection Sense ของฉัน”
“น่าจะใช่”
บนเวที ชาวบ้านเริ่มโกรธมากขึ้น
ตุ๊กตาดำโตขึ้น
มีเส้นสีแดงผูกจากมันเข้าหาหัวใจของนักแสดง
ชายชราบรรยาย
“ยิ่งเจ้าของร่างเชื่อว่าเสียงของกิเลสนั้นคือความจริงทั้งหมด”
“มารก็ยิ่งประสานกับจิตใจได้ลึกขึ้น”
หน้าจอเวทมนตร์บนเวทีแสดงตัวเลข
Synchronization: 31%
จากนั้น 48%
63%
June ขมวดคิ้ว
“ตัวเลขนี้มีจริง?”
“มี”
ลิอาตอบ
“คนทั่วไปไม่เห็น แต่ผู้กล้าหรือผู้ใช้เวทตรวจมารบางประเภทสามารถประเมินได้”
บนเวที นักแสดงเริ่มตะโกนใส่คนรอบข้าง
ตัวเลขขึ้นเป็น 82%
June ถาม
“แล้วถ้ามารหลุดออกมา?”
เหมือนการแสดงตั้งใจตอบพอดี
นักแสดงอีกคนเข้ามาช่วย
ชาวบ้านเกิดความลังเล
เส้นสีแดงขาด
ตุ๊กตาดำกระเด็นออกจากหลัง
ทันใดนั้นนักแสดงทุกคนบนเวทีหันมองมันพร้อมกัน
เด็ก ๆ ตะโกน
“มารออกมาแล้ว!”
June มองลิอา
“ตอนนี้ทุกคนเห็น?”
“ใช่”
“เพราะมันไม่มีเจ้าของร่างบังอยู่แล้ว”
June พยักหน้า
“แล้วถ้ามันเข้าไปสิงคนใหม่?”
ลิอายังไม่ทันตอบ
ตุ๊กตาดำกระโดดไปเกาะนักแสดงอีกคน
ทันใดนั้นคนรอบข้างทำท่ามองไม่เห็นอีกครั้ง
June อ้าปาก
“โอเค น่ากลัวกว่าที่คิด”
ลิอาหัวเราะเบา ๆ
“ใช่”
June มองเวที
“งั้นเวลามารหายไปจากสายตา ไม่ได้แปลว่ามันหนีไปแล้ว”
“อาจหมายถึงมันอยู่ในใครสักคนตรงนั้น”
ลิอาพยักหน้า
June มองผู้คนรอบลานโดยอัตโนมัติ
ลิอาหันมา
“ไม่ต้องมองทุกคนแบบผู้ต้องสงสัยขนาดนั้น”
“ฉันแค่กำลังประมวลผลข้อมูลใหม่”
“หน้าเจ้าเหมือนกำลังเลือกว่าจะไม่ไว้ใจใครก่อน”
“ก็ถ้ามันเข้าไปอยู่ในคนข้าง ๆ ได้เลยนะ!”
“ตอนนี้ข้าเริ่มรู้แล้วว่าทำไม Takechi ถึงคิดมาก”
June หันขวับ
“คุณยังไม่เคยเจอเขาเลยนะ”
“แต่เจ้าพูดถึงเขาบ่อย”
June เงียบไปครึ่งวินาที
“โอเค อันนี้เถียงไม่ได้”
⸻
หลังการแสดง ผู้คนเริ่มเดินชมซุ้มต่าง ๆ
มีซุ้มเล่าประวัติผู้กล้ารุ่นก่อน
June สนใจทันที
“ไปดูอันนั้น”
ลิอาตามไป
บนผนังแขวนภาพเก่า
หนึ่งในนั้นเป็นชายผมยาวถือดาบหัก
ใต้ภาพเขียนว่า
Elias — ผู้กล้ารุ่นที่เจ็ด
ผู้ค้นพบว่า การทำลายร่างมาร
ไม่เท่ากับการทำลายสิ่งที่เลี้ยงมาร
อีกภาพเป็นหญิงผิวเข้มถือคทา
Selene — ผู้กล้ารุ่นที่เก้า
ผู้บันทึกระบบ Synchronization อย่างเป็นระบบ
June ชี้
“นี่แปลว่าคนรุ่นก่อนศึกษามันจริงจังมาก”
“ใช่”
“แล้วคนพวกนี้ไปไหนหมด?”
ลิอาเงียบเล็กน้อย
“บางคนตาย”
“บางคนหายไป”
“บางคนกลับโลกเดิมได้”
June หันทันที
“กลับได้?”
ลิอาพยักหน้า
“มีบันทึกอยู่”
June จ้องเธอ
“ทำไมเพิ่งบอก?”
“เจ้าไม่เคยถาม”
June อ้าปาก
แล้วปิด
“โอเค”
“ยุติธรรม”
เธอกลับไปมองภาพ
“งั้นพวกเราก็อาจกลับได้จริง”
“อาจ”
คำว่า อาจ ทำให้ June เงียบลง
แต่ก่อนจะจมกับความคิด—
เด็กคนหนึ่งชนขาเธอ
“ขอโทษ!”
เด็กถือหน้ากากปีศาจสีดำ
June มอง
“นี่ขายตรงไหน?”
เด็กชี้
“ตรงโน้น!”
June หันไปหาลิอา
“ไปซื้อกัน”
ลิอาหัวเราะ
“เมื่อกี้ยังคุยเรื่องกลับโลกอยู่เลย”
“พักเรื่องจริงจังห้านาทีไม่ได้เหรอ?”
“ได้”
“ดี”
⸻
ซุ้มหน้ากากเต็มไปด้วยหน้ามารหลายแบบ
บางอันน่ากลัว
บางอันตลกจนแทบไม่น่าเรียกมาร
June หยิบหน้ากากอันหนึ่งขึ้นมา
มีเขาสามอันและฟันยื่น
“อันนี้เหมาะกับ Andre”
ลิอาถาม
“ทำไม?”
“ดูเหมือนจะกัดคนได้”
“เพื่อนเจ้ากัดคน?”
June คิด
“ยังไม่เคย”
“งั้นทำไม?”
“พลังงานเหมือนคนที่อาจทำ”
ลิอาหัวเราะ
June หยิบอีกอัน
หน้ามารมีคิ้วขมวดและถือหนังสือ
“อันนี้ Takechi”
“เพราะหนังสือ?”
“เพราะหน้าตาเหมือนกำลังคิดว่าทุกคนทำอะไรผิด”
ลิอาหัวเราะจนต้องจับโต๊ะ
June สวมหน้ากากอีกอัน
“แล้วฉันล่ะ?”
ลิอามองหน้ากาก
“อันนี้”
เธอหยิบหน้ากากมารหน้าตายิ้มหวาน มีมือหกข้างถือของแจกคน
June หยุด
“นี่ประชดใช่ไหม?”
“ข้าไม่ได้พูดอะไรเลย”
“ลิอา”
อีกฝ่ายหัวเราะแล้ววิ่งหนี
June วิ่งตาม
“หยุดเลยนะ!”
⸻
ช่วงเที่ยง ทั้งสองมานั่งกินอาหารริมคลอง
June กำลังเคี้ยวขนมทอด
แต่เรื่องบนเวทียังติดอยู่ในหัว
“ลิอา”
“หืม?”
“เมื่อกี้เขาไม่ได้พูดถึง 100%”
ลิอาหยุด
“Synchronization?”
“ใช่”
June วางขนม
“ถ้าถึงร้อย จะเกิดอะไร?”
ลิอานิ่งไปพักหนึ่ง
น้ำเสียงเปลี่ยนจริงจังขึ้น
“คนที่นี่เรียกว่า Override”
June ฟัง
“หมายถึงมารควบคุมร่าง?”
“ไม่ตรงเสียทีเดียว”
“งั้นอะไร?”
ลิอามองผิวน้ำ
“ที่น่ากลัวคือ เจ้าของร่างยังคิดว่าตัวเองกำลังเลือกอยู่”
June ขมวดคิ้ว
“อธิบายอีกที”
ลิอาคิด
“สมมติคนหนึ่งกลัวถูกทิ้ง”
“ตอนแรกเขาอาจคิดว่า ‘ข้ากลัวลูกจากไป’”
June พยักหน้า
“ถ้ามารเกาะลึกขึ้น เขาอาจเริ่มคิดว่า ‘ลูกควรอยู่ เพราะข้าต้องการเขา’”
“แล้วถ้าถึงร้อย…”
ลิอาหยุด
“เขาอาจเชื่ออย่างสมบูรณ์ว่า ‘ถ้าลูกรักข้า ลูกไม่มีสิทธิ์ไปไหน’”
June เงียบ
“และเขาจะไม่รู้สึกว่ามีใครบังคับความคิดนี้?”
“ใช่”
“เขาจะคิดว่านี่คือตัวเอง”
June มองขนมในมือ แต่ไม่ได้กินต่อ
“งั้น Override ไม่ใช่มารพูดแทนคน”
“แต่เป็นตอนที่คนแยกไม่ออกแล้วว่าเสียงไหนเป็นของตัวเองกับเสียงไหนเป็นของมาร”
ลิอาพยักหน้า
“แบบนั้น”
June พึมพำ
“โคตรน่ากลัว”
⸻
ลิอาพูดต่อ
“ผู้กล้ารุ่นเก่าบางคนบอกว่า จุดอันตรายที่สุดไม่ใช่ตอนที่คนได้ยินเสียงมาร”
“แต่คือตอนที่เขาไม่รู้แล้วว่ามีเสียงอื่นอยู่”
June มองเธอ
“แล้วช่วยได้ไหม?”
“ได้”
June เงยหน้าทันที
“ถึงร้อยก็ยังช่วยได้?”
“ยากมาก”
“แต่ยังได้”
ลิอาหยิบก้อนหินเล็ก ๆ ขึ้นมา
วางบนโต๊ะ
“เขาว่าต้องทำให้เกิดรอยร้าว”
“รอยร้าว?”
“ในสิ่งที่เจ้าของร่างเชื่อ”
“ไม่ใช่บอกว่า ‘เจ้าคิดผิด’”
“เพราะตอนนั้นเขาจะป้องกันมันสุดชีวิต”
ลิอาวางก้อนหินอีกก้อนข้างกัน
“ต้องทำให้เขาเห็นว่า สิ่งที่เขาคิดว่ากำลังปกป้อง—”
เธอผลักก้อนหนึ่งจนอีกก้อนตกจากโต๊ะ
“กำลังถูกเขาทำลายเอง”
June มองตาม
ภาพแม่ของลิอาวาบขึ้นมา
“เช่นคนที่คิดว่าตัวเองทำทุกอย่างเพราะรักลูก”
“แต่สุดท้ายลูกกลับกลัวเขา?”
ลิอาพยักหน้า
“ใช่”
“ถ้าเจ้าของร่างเกิดคำถามจริง ๆ แม้เพียงว่า…”
“ถ้าข้ารักเขา แล้วทำไมเขาถึงกลัวข้า?”
“แค่นั้นก็อาจพอให้ Synchronization ลดจากร้อยเหลือเก้าสิบเก้า”
June ยิ้มบาง ๆ
“หนึ่งเปอร์เซ็นต์ฟังดูน้อยมาก”
“แต่หนึ่งเปอร์เซ็นต์นั้นคือพื้นที่ที่มารไม่ได้ครอบครอง”
June เงียบไป
“แล้วตรงนั้นแหละที่คนยังกลับมาได้”
“ใช่”
⸻
ทันใดนั้นเสียงดนตรีดังขึ้นจากลานใกล้ ๆ
ลิอาลุก
“มา”
“ไปไหน?”
“ขบวนผู้กล้า”
June หันไป
“ยังมีอีก?”
“นี่เพิ่งครึ่งวัน”
“เทศกาลนี้จริงจังมาก”
ลิอายื่นมือ
“มาเถอะ”
June รับมือ
⸻
ขบวนแห่ยาวเกือบสุดถนน
คนแต่งชุดเป็นผู้กล้ารุ่นต่าง ๆ
มีผู้ตื่นรู้
นักรบ
หมอ
ชาวนา
นักบวช
ช่างตีเหล็ก
เด็ก
คนแก่
June สังเกตว่า ไม่มีใครแต่งเป็น “ผู้กล้าคนเดียวที่ช่วยโลก”
ทุกขบวนเป็นกลุ่ม
เธอถาม
“ทำไมผู้กล้าในรูปถึงไม่ค่อยอยู่คนเดียว?”
ลิอามองขบวน
“เพราะไม่มีใครปราบมารใหญ่ได้คนเดียวจริง ๆ”
“แม้แต่ผู้กล้า?”
“แม้แต่ผู้กล้า”
June นึกถึงระบบ
ผู้กล้า 1/1
ผู้ตื่นรู้ 2/2
3/3
เธอเริ่มเข้าใจว่า—
ตัวเลขนั้นไม่ได้เป็นเพียงกลไกเกม
มันเป็นสิ่งที่โลกนี้เคยเรียนรู้จากประวัติศาสตร์
บนรถแห่คันหนึ่ง มีประโยคเขียนไว้
ผู้กล้าเปิดทาง
ผู้ตื่นรู้ทำให้ทางนั้นมีความหมาย
June อ่านออกเสียง
ลิอาพูด
“ประโยคของผู้กล้ารุ่นที่สิบเอ็ด”
“เขาเก่งไหม?”
“มาก”
“สุดท้ายเกิดอะไรขึ้น?”
ลิอาเงียบไปนิดหนึ่ง
“ไม่มีใครรู้”
June หัน
“หายไป?”
“ทั้ง Party”
June หยุดเดิน
“ทั้งทีม?”
“ใช่”
“ก่อนหายไป พวกเขากำลังตามรอยจอมมาร”
June มองขบวนต่อ
ความสนุกของเทศกาลยังอยู่
แต่ทันใดนั้นมันมีเงาของอดีตซ้อนอยู่
ผู้กล้าหลายรุ่น
บางคนกลับบ้าน
บางคนตาย
บางคนหายไป
และตอนนี้—
เธอ Takechi และ Andre
คือรุ่นใหม่
June พึมพำ
“พวกเรากำลังเดินตามทางของคนพวกนี้สินะ”
ลิอาหันมอง
“อาจใช่”
June ถอนหายใจ
“หวังว่าพวกเขาจะทิ้งคู่มือไว้ละเอียดกว่านี้”
ลิอาหัวเราะ
“เจ้าทำลายบรรยากาศจริงจังได้เร็วมาก”
“เป็นความสามารถพิเศษ”
⸻
ตอนเย็น ทั้งสองขึ้นไปบนเนินหลังเมือง
ที่เดิมมีชิงช้าขนาดใหญ่
June หยุดมอง
“นี่อยู่ในเทศกาลด้วย?”
“แน่นอน”
“เกี่ยวอะไรกับผู้กล้า?”
ลิอาตอบทันที
“ไม่มี”
June หัวเราะ
“ดี อย่างน้อยก็มีอะไรที่ไม่ต้องมีความหมาย”
ทั้งสองขึ้นชิงช้า
คราวนี้ June เป็นคนตะโกนก่อน
“แรงกว่านี้!”
“เมื่อวานใครบอกสูงเกิน?”
“วันนี้เป็นเทศกาล!”
“เกี่ยวอะไร?”
“ไม่รู้!”
ทั้งคู่หัวเราะ
ชิงช้าพุ่งออกเหนือเนิน
เมืองลูเมียอยู่เบื้องล่าง
ธงนับร้อยพลิ้วตามลม
เสียงดนตรีลอยขึ้นมา
June มองทั้งหมด
“ลิอา”
“หืม?”
“ฉันดีใจนะที่ได้อยู่ต่ออีกวัน”
ลิอาหันมอง
June พูดต่อ
“ตอนแรกฉันคิดว่า ถ้าไม่ได้ออกตามหาเพื่อนทันที ทุกนาทีคือการเสียเวลา”
“แล้วตอนนี้?”
June มองเมือง
“ฉันยังอยากหาให้เร็วที่สุด”
“แต่…”
เธอยิ้ม
“ถ้าฉันรีบจนไม่ได้รู้จักใครเลย โลกนี้คงเหลือแค่ที่ที่ฉันต้องรีบผ่าน”
ลิอาไม่ตอบ
แค่ยิ้ม
⸻
คืนนั้น เทศกาลปิดด้วยพิธีจุดโคม
ทุกคนถือโคมแก้วคนละหนึ่งดวง
กลางลานมีแท่นหินจารึกชื่อผู้กล้าและผู้ตื่นรู้รุ่นก่อน
June กับลิอายืนข้างกัน
ชายชราจากตอนเช้าพูดบนเวที
“เราจุดแสงนี้ ไม่ใช่เพื่อบอกว่ามารจะหายไป”
“เพราะตราบใดที่มนุษย์ยังมีความกลัว ความโกรธ ความอยาก ความยึดติด—”
“มารก็ยังมีสิ่งที่มันพยายามฉวยใช้”
June ฟัง
“แต่เราจุดแสงเพื่อเตือนว่า”
“กิเลสไม่ใช่เจ้าของเรา”
“ความคิดไม่ใช่ตัวเราทั้งหมด”
“และแม้มารจะพูดด้วยเสียงที่เหมือนเสียงของเรา—”
“เรายังสามารถกลับมามองมันได้อีกครั้ง”
โคมนับพันสว่างขึ้นพร้อมกัน
June มองแสงทั่วลาน
ลิอาพูดเบา ๆ
“สวยไหม?”
“มาก”
ทั้งสองยืนเงียบ
ครู่หนึ่ง June ถาม
“ถ้าวันหนึ่งฉันถูกสิงจนร้อยเปอร์เซ็นต์ล่ะ?”
ลิอาหันขวับ
“ทำไมอยู่ดี ๆ ถามแบบนั้น?”
June ยักไหล่
“ถามไว้ก่อน”
ลิอามองเธอจริงจัง
“ข้าจะช่วยเจ้า”
June ยิ้ม
“ถึงฉันจะดื้อ?”
“เจ้าดื้ออยู่แล้ว”
“ถึงฉันจะไม่ยอมฟัง?”
“ปกติก็ไม่ค่อยฟังอยู่แล้ว”
June หรี่ตา
“เริ่มไม่ซึ้งแล้วนะ”
ลิอาหัวเราะ
ก่อนพูดต่อ
“ถ้าเจ้าจำตัวเองไม่ได้”
“ข้าจะเตือน”
“ถ้าเจ้าไม่เชื่อ”
“ข้าจะอยู่จนกว่าเจ้าจะเริ่มสงสัย”
June มองเธอ
“แล้วถ้าคุณเป็นล่ะ?”
ลิอาเงียบไป
June ยื่นกำปั้น
“ฉันก็เหมือนกัน”
ลิอามองมือ
แล้วชนกำปั้นกับเธอ
“ตกลง”
ไม่มีหน้าต่างระบบขึ้น
ไม่มีค่าความสัมพันธ์
ไม่มี Quest Complete
มีเพียงเสียงดนตรี
แสงโคม
และคนสองคนที่เพิ่งรู้จักกันไม่นาน—
แต่เริ่มมีคำสัญญาที่อาจสำคัญกว่าที่ทั้งคู่รู้ในตอนนี้
⸻
ก่อนกลับบ้าน
June หยุดอยู่หน้ารูปปั้นผู้กล้ารุ่นเก่าอีกครั้ง
ใต้ฐานมีข้อความเล็กมาก
เธอเพิ่งสังเกตเห็น
“วันที่เจ้าคิดว่ามารไม่มีอำนาจเหนือเจ้า
อาจเป็นวันที่เจ้าควรถามตัวเองมากที่สุดว่า
เสียงที่กำลังพูดอยู่ในใจนั้น—เป็นของใคร”
June อ่านจบ
แล้วเงียบ
ลิอาเดินกลับมา
“เป็นอะไร?”
June มองข้อความ
“ไม่มีอะไร”
เธอหันออกจากรูปปั้น
“แค่คิดว่าโลกนี้น่าจะมีเรื่องให้เราเจออีกเยอะ”
ลิอายิ้ม
“เสียใจที่มาไหม?”
June มองเมืองที่เต็มไปด้วยโคมไฟ
คิดถึง Takechi
Andre
ลิอา
และผู้คนที่เธอเพิ่งรู้จัก
“ยังไม่”
ทั้งสองเดินกลับไปด้วยกัน
โดยไม่มีใครสังเกตว่า—
บนรูปปั้นผู้กล้ารุ่นที่สิบเอ็ด
รอยแตกร้าวเล็ก ๆ บนตราวงกลมเก้าจุด
กำลังมีแสงสีดำไหลออกมา
เพียงเสี้ยววินาที
ก่อนจะหายไป
จบตอนพิเศษ